================================================== -->

ฝาก 20 รับ 100 วอ เลท joker1️⃣M98

ถอดบทเรียนการดูแลผู้สูงอายุ รพสตบ้านทำเนียบที่สุราษฎร์ 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น

  • เยี่ยมชมบล็อก:294504
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 259
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-25 07:44:19
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ที่เก็บบทความ

2015(37)

2014(539)

2013(709)

2012(380)

การสมัครสมาชิก
เว็บ wm1️⃣LOOK618 2021-09-25 07:44:19

การจำแนกประเภท: Jiujiang Media Network

เกม เสี่ยง โชค ได้ เงิน จริง,หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ---------------------------------------------------------- casino ufa หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไปเครือข่ายนักวิชาการซัด บิ๊กตู่ น่วม-จี้ยุติดำเนินคดี we walk 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 19:55 น

ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------ตรออกหมายเรียก 39 แกนนำกลุ่มฟื้นฟู ปชต ฐานร่วมชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมี 150 เมตรจากวังของพระรัชทายาทฯ ศรีวราห์ ลั่นไม่มีทางยอม อ้างกฎหมายห้ามเด็ดขาด เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่ออีก 66 คน ขู่ 10 กพมาอีกถูกดำเนินอีก บิ๊กเจี๊ยบ กำชับฝ่ายความมั่นคงใช้กฎหมายเข้ม หวั่นเป็นจุดเริ่มต้นสู่ความรุนแรง ด้านตัวแทนเครือข่ายวีวอล์ก 8 คนเข้าพบ พงสคลองหลวง จี้ คสชเคารพคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) วันที่ 31 มกราคม พลตอศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งจัดกิจกรรมระดมพลคนอยากเลือกตั้งต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) บนสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หลัง พอบุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมายของ คสช เข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สนปทุมวัน ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม, นายสรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมพวกรวม 7 คน ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสชที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และ ม116 ยุยงปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ พนักงานสอบสวน สนปทุมวันได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว ตามคดีอาญาเลขที่ 121/2561 รอง ผบตรกล่าวว่า ต่อมาวันที่ 30 พยที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้เชิญนางนวพร กลิ่นบัวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ยืนยันว่าจุดที่จัดให้มีการชุมนุมเป็นพื้นที่สาธารณะ พตทสมัคร ปัญญาวงค์ รอง ผกก(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สนปทุมวัน ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มเติม และได้ออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จำนวน 39 คน ประกอบไปด้วย นายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นางสาวณัฏฐา มหัทนา, นายอานนท์ นาภา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล แกนนำในการชุมนุม นอกจากนั้น ยังมีนายวีระ สมความคิด นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำในการชุมนุม, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นางมัทนา อัจจิมา แนวร่วมคนเสื้อแดง, นสพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์, นายเอกศักดิ์ สุพรรณขันธ์ นางรักษิณี แก้ววัชระสังสี นางจุฑามาศ ทรงเสี่ยงไชย นางพรนิภา งามบาง แนวร่วมคนเสื้อแดง, นายกิตติธัช สุมาลย์นพ แนวร่วมกลุ่มนักศึกษาจุฬาฯ, นางสุดสงวน สุธีสร นักวิชาการกลุ่มคนเสื้อแดง, นายกันต์ แสงทอง นักวิชาการ, นายนพพร นามเชียงใต้ แนวร่วมกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ, นายสุวัฒน์ ลิ้มสุวรรณ นักวิชาการอิสระ, นางกมลวรรณ หาสาลี คนเสื้อแดงพระราม 9, นางนัตยา ภานุทัต แนวร่วมคนเสื้อแดง, นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ฉายา ฟอร์ด เส้นทางสีแดง , นางประนอม พูลทวี คนเสื้อแดง จสมุทรปราการ นายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์ นายสุรศักดิ์ อัศวะเสนา นางพรวลัย ทวีธนวาณิชย์ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก นางนภัสสร บุญรีย์ แนวร่วมคนเสื้อแดง, นสอรัญญิกา จังหวะ นักศึกษา มเกษตรศาสตร์, นายพรชัย ประทีปเทียนทอง นายวรัญชัย โชคชนะ แนวร่วมคนเสื้อแดง,นายนพเกล้า คงสุวรรณ นายคุณภัทร คะชะนา นายสามารถ เตชะธีรรัตน์ นสอ้อมทิพย์ เกิดผลานนท์ นายวราวุธ ฐานังกรณ์ แนวร่วมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และนายเดชรัตน์ สุขกำเนิด นักวิชาการ มเกษตรศาสตร์ ในความผิดฐาน ร่วมกันชุมนุมในที่สาธารณะในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร จากวังของพระรัชทายาทหรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป อันเป็นความผิดตาม พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 มาตรา 7 วรรคแรก พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว จะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป พลตอศรีวราห์กล่าวว่า ยังมีผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายชื่ออีก 66 คน สตชขอประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มมวลชนและพี่น้องประชาชนทั่วไป ได้รับทราบถึงข้อกฎหมายในเรื่องของการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย อาจมีความผิดตาม พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 นอกจากนี้ การยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอัตราโทษสูงลั่นไม่มีทางยอม ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเอาจริง เพราะผู้ชุมนุม ชุมนุม 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน ไม่มีทางยอม กฎหมายห้ามเด็ดขาด ถึงแม้จะขออนุญาตก็ให้ไม่ได้ เบื้องต้นแจ้งออกหมายเรียกข้อหา พรบชุมนุม แต่ถ้าเข้าข่าย ม116 ยุยงปลุกปั่นด้วยหรือไม่ ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง ให้ตรวจสอบเรื่องไลฟ์ เรื่องแชร์ เข้าด้วยช่วยกันหรือเปล่า ส่วนวันเสาร์ที่จะถึง ที่มีการนัดหมายชุมนุมกันอีกครั้ง สามารถชุมนุมได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายชุมนุม อย่าเป็นการเมือง ตามคำสั่งที่ 3/2558 อย่ายุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก หรืออย่าฝ่าฝืน พรบการชุมนุม การชุมนุมก็ต้องขออนุญาตก่อน ชุมนุมเปิดเผย ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นกติการ่วมกันของคนไทย อย่างไรก็ตาม ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังมือที่สามเข้ามาแทรกซ้อน พลตอศรีวราห์ยังกล่าวถึงกรณีศาลให้การคุ้มครองกลุ่มเดินมิตรภาพว่า ท้ายคำพากษากลุ่มดังกล่าวต้องทำตามกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มที่มาชุมนุมที่สกายวอล์กจะจุดติดหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจ ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและดูแลความปลอดภัย และขอฝากไปยังผู้ชุมนุมที่จะเข้าร่วมกับแกนนำอีกครั้งวันที่ 10 กพ เตือนว่าถ้ามาอีกก็ถูกดำเนินคดีอีก ต่างกรรมต่างวาระ ด้าน พลตทชาญเทพ เสสะเวช ผบชน กล่าวถึงกรณีกลุ่ม we walk เดินมิตรภาพ จะนัดรวมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 10 กพนี้ ว่าอย่าเพิ่งพูดถึงวันนัดรวมตัวที่อนุสาวรีย์ฯ ดูวันที่ 31 มคที่ถูกออกหมายเรียก จะมารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช ฐานชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปที่ สนปทุมวันหรือไม่ ถ้าวันที่ 10 กพจะมีการชุมนุม ก็จัดตำรวจไปดูแลรักษาความปลอดภัย แต่ต้องทำเรื่องขออนุญาตชุมนุม หากชุมนุมเรื่องการเมืองก็จะไม่อนุญาต เนื่องจากขัดคำสั่ง คสช นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พลตอศรีวราห์จะเอาผิดกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยว่า ตาม พรบชุมนุมสาธารณะ ไม่สามารถชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานได้ในระยะ 150 เมตร ต่อให้มีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถทำได้ ที่ชุมนุมมีตั้งร้อยแปดพันเก้า ก็ไปเลือกเอาที่อื่น ซึ่งมีตั้งเยอะตั้งแยะ ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้เป็นจำนวนมากว่า ฝ่ายความมั่นคงยังเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย เพราะเกรงว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรง และนำพาบ้านเมืองกลับไปสู่สถานการณ์เดิม เพราะประเทศเราเคยมีบทเรียนที่เจ็บปวด มีความสูญเสียในอดีต โดยตนกำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า เพราะจะก่อให้เกิดปัญหาบานปลาย และเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน พลอเฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ เรามีการพูดคุยกันตลอดเวลา แต่บางคนมีความคิดความเชื่อที่แตกต่างกัน ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ส่วนจะเป็นผลจาก คสชอยู่ในช่วงขาลง และกองหนุนลดลงหรือไม่นั้น คิดว่าไม่เกี่ยวกันโดยตรง อาจเป็นเรื่องสถานการณ์ทางการเมือง และความต้องการของประชาชนบางส่วนที่ต้องการเลือกตั้งตามกรอบ และอยากให้เลือกตั้งเร็วขึ้น ขอย้ำว่าทุกอย่างเป็นตามกระบวนการกฎหมาย เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดี เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างก็เดินหน้าต่อไป ดังนั้นการเรียกร้องและการชุมนุมสามารถแสดงออกได้ แต่อะไรที่ขัดเจตนารมณ์กฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ เมื่อถามว่า กลุ่มเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มหน้าเดิม มีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ผบทบกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ คิดว่าจะมีความชัดเจนในอนาคต แต่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข เพื่อประกอบอาชีพได้ตามปกติ บางสิ่งบางอย่างอาจไม่ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่ถ้าพยายามเรียกร้องให้ได้ตามที่ปรารถนา แล้วเกิดผลกระทบในวงกว้าง เกิดการบาดเจ็บและสูญเสีย คิดว่าเป็นเรื่องไม่บังควรยังไม่บานปลาย ส่วนที่ว่าปัจจุบันมีข้อเสนอให้กองทัพอยู่ข้างประชาชน แยกออกจาก คสชนั้น เลขาธิการ คสชกล่าวว่า ปกติกองทัพไม่ใช่ว่าสนับสนุนใครหรือไม่ได้สนับสนุนใคร แต่กองทัพเป็นกลไกในการบริหารราชการของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย อาจมีบางครั้งที่มีปัญหา กองทัพก็ออกมาแก้ไขปัญหา เช่น วิกฤติการเมือง หากปล่อยไว้จะเป็นความเสียหายของชาติบ้านเมือง ปัจจุบันรัฐบาลพยายามวางรากฐานของประเทศ คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำจะสัมฤทธิผลในอนาคต แต่ต้องใช้เวลาบ้าง จนทำให้บางคนพอใจ บางคนไม่พอใจ ก็ออกมาเคลื่อนไหว แต่ถ้ารออีกสักนิด โดยที่ไม่เร่งรัดเกินไป จนก่อให้เกิดผลกระทบเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง นำไปสู่ความสูญเสีย มันจะดีกว่าไหม ผบทบกล่าว เมื่อถามว่า เป็นไปได้ไหมที่ทหารจะออกมาจัดการให้เบ็ดเสร็จเหมือนปี 2557 พลอเฉลิมชัยย้อนถามว่า คำว่าเหมือนปี 2557 คืออย่างไร ต้องแยกกัน เพราะปกติกลไกของรัฐใช้กฎหมายปกติ การที่ทหารออกมาแก้ไขปัญหาก็เพราะเป็นวิกฤติของชาติ แต่ปัจจุบันมันไม่มีอะไร มีแค่คนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องที่ทหารต้องออกมาหรือไม่ออกมา ส่วนผู้ที่รับผิดชอบการชุมนุมหรือกลุ่มม็อบ ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินการของตนเอง เพราะก็ทราบดีว่าเรามีกฎหมายชุมนุมและกฎหมายต่างๆ อยู่ สถานการณ์ยังไม่บานปลาย เพราะเชื่อว่าจะอยู่แค่นี้ เป็นเพียงการเรียกร้องของคนกลุ่มหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ทำมาหากิน ผบทบ กล่าวเมื่อถามถึงเวลาหรือยังที่กองทัพต้องใช้ยาแรงก่อนสถานการณ์จะบานปลาย ถามว่า กลุ่มการเมืองที่เสียประโยชน์เข้าไปเคลื่อนไหว จะเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่หรือไม่ ผบทบกล่าวว่า คงไม่มั้ง เพราะยังไม่มีอะไรเสียประโยชน์ เวลาที่เพิ่มขึ้นมา 90 วันตามร่าง พรปว่าด้วยการเลือกตั้ง สส ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ไม่มีใครเสียประโยชน์ คิดว่าพรรคการเมืองเข้าใจอยู่แล้วว่าทำอะไรได้มากแค่ไหน ส่วนคนที่เคลื่อนไหวเป็นแค่การแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง มั่นใจว่าไม่มีอะไร จะพยายามควบคุมสถานการณ์ให้ได้ ส่วนกรณี คสชได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนเครือข่าย People Go Network Forum ที่จัดกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพทั้ง 8 คน ประกอบด้วย นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์, นายอนุสรณ์ อุณโณ, นายนิมิตร์ เทียนอุดม, นายสมชาย กระจ่างแสง, นสแสงศิริ ตรีมรรคา, นางนุชนารถ แท่นทอง, นายอุบล อยู่หว้า, และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปนั้นเมื่อเวลา 1300 น ทางแกนนำทั้ง 8 คนได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภคลองหลวง โดยมีกลุ่มเครือข่ายฯ เดินทางมาร่วมให้กำลังใจจำนวนมาก ด้านอาจารย์เดชรัต สุขกำเหนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มเกษตรศาสตร์ ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ คสชและรัฐบาลหยุดคุกคามขัดขวางกิจกรรม we walk เดินมิตรภาพ เคารพในคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง และถอนการแจ้งความดำเนินคดีทั้ง 8 คนทันที ให้เคารพหลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พศ2560 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้ว ส่งตัวแทนมารับฟังความคิดเห็นปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน และควรทบทวนบทบาทของตนเองที่ผ่านมาว่าได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนหรือไม่ และควรหยุดใช้คำพูดดูหมิ่นประชาชนสร้างความแตกแยกบั่นทอนความน่าเชื่อถือประเทศ จากนั้นทั้งหมดได้เข้าไปพบพนักงานสอบสวน ต่อมาเวลาประมาณ 1700 น ทั้ง 8 คนได้เดินทางลงมาพร้อมกับแบมือชูให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ โดยเป็นมือที่เปื้อนหมึกในการพิมพ์ลายนิ้วมือ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาให้กับทุกคนทราบในห้องประชุม ก่อนที่จะทำการแยกสอบแต่ละคน โดยมีทนายความไปร่วมรับฟังด้วยจนเสร็จสิ้น และให้การปล่อยตัวเพื่อให้รวบรวมเอกสารมาส่งในวันที่ 20 กพ และจะทราบผลว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสั่งฟ้องหรือไม่ในวันที่ 26 กพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามให้พวกตนจัดกิจกรรม we walk ได้ ช่วงเช้าวันเดียวกัน กลุ่ม We walk เดินมิตรภาพ จำนวน 16 คน ได้เดินทางเข้าสู่เขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาแล้ว และปักหลักอยู่บริเวณสวนสุรนารี(สวนรักษ์) ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) โดยช่วงเช้าวันที่ 1 กพ จะมีการเดินรณรงค์เพื่อเผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมของเครือข่ายฯ ก่อนเดินทางไป จขอนแก่นต่อไป บา คา ร่า 007หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------

อ่าน(27) | แสดงความคิดเห็น(564) | ส่งต่อ(73) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

france kgm 2021-09-25

พระเจ้า ชิเซลลู ว่าด้วยผิวสวยใสปิ๊งแล้ว ต้องยกให้กับยุทธศาสตร์การตลาดขายเครื่องสำอางของแดนกิมจิ ซึ่งสามารถกวาดเงินในกระเป๋าจากสาวทั่วโลก โดยเฉพาะวัยรุ่นบ้านเรานี่แหละ ที่ใฝ่ฝันมากมายอยากจะมีผิวหน้าสไตล์ K-Beauty

นับแต่มวลมหาประชาชนเรือนล้านออกมาชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมาถึงวันที่รัฐบาล คสชเดินไปสู่ขาลง เพราะปัญหาด้านความไม่โปร่งใส เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? อย่างแรกต่อให้ขาลงเรี่ยดิน แต่ ลุงตู่ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง หมายความว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาลตอนนี้ไม่ได้ ต้องขอยืมวลีเด็ดของ โค้วตงหมง-ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ยุ่งตายห่า! แต่ ลุงตู่ อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงการเป็นนายกฯ คนนอก เอาแค่ประคองรัฐบาลไปให้ได้จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเมื่อเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ลุงตู่ จะไม่สาหัสเกินไป ก็มีทางออก และแนะนำกันไปเยอะแล้ว บิ๊กป้อม กลับไปเลี้ยงหลานเมื่อไหร่ กองหนุนจะงัวเงียตื่นมาสนับสนุน ลุงตู่ อีกครั้ง กราฟขาลงก็ค่อยๆ โงหัวขึ้น ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ โอกาสเป็นนายกฯ รอบสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน อย่าไปไว้ใจนักการเมืองในสภามากนัก เคยรับปากไว้อย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ได้เสมอ ก็ดูช่วงที่มีการชิงดำระหว่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พลตอประชา พรหมนอก เป็นตัวอย่าง เกมการเมืองมันพลิกได้ตลอดเวลา! มาว่ากันเรื่องที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ตราบใดที่ ลุงตู่ ไม่พยายามลดเงื่อนไขความไม่พอใจลง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความโปร่งใส ท่านก็จะเลือดโชกออกจากบ้านทุกวัน ส่วนกองเชียร์ กองหนุนที่ยังเหลืออยู่ ก็ต้องกลืนเลือดกันต่อไป เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? จุดที่กองเชียร์ กองหนุนลุงตู่ ไม่พอใจ บิ๊กป้อม ที่เอาแต่แก้ตัวว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ โดยที่เด็ก ป๑ ยังไม่เชื่อ แล้วมีแขกรับเชิญบ้างไม่รับเชิญบ้าง เพราะเข้าทาง ไปชุมนุมที่สกายวอล์กปทุมวัน ให้ บิ๊กป้อม เปิดคอลเลกชันนาฬิกาให้ดูหน่อย แต่มีคนบอกว่าจะมาจัดการกับแขกที่ตัวเองเป็นคนเรียกมาเอง บิ๊กป้อม มองว่าไอ้ที่มาประท้วงนาฬิกาคือพวกไม่ต้องการให้เกิดความสงบ เดี๋ยวผมเตรียมมาตรการดูแลเอง งูกินหางแบบนี้ เห็นใจคนที่เชียร์ ลุงตู่ บ้างหรือเปล่า ตัวเองสร้างปัญหา แล้วบอกว่าเดี๋ยวจะจัดการเอง ไม่ใช่จัดการปัญหาที่ตัวสร้างขึ้นมานะครับ แต่จะจัดการคนที่บอกว่า นาฬิกาเพื่อน คือปัญหา เอาล่ะวานนี้ ฟังดูเหมือนเป็นการอำลาตำแหน่งของ บิ๊กป้อม ผมรับราชการมาตั้งแต่ปี ๑๑ จนถึงขณะนี้ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องอะไรหนักๆ ก็ดูเอาแล้วกันว่าผมได้ทำอะไรที่เสียหายกับประเทศชาติบ้านเมืองหรือไม่ ผมเข้ามาเพราะอยากจะช่วยเหลือบ้านเมือง อยากทำงานให้บ้านเมือง ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากกับสื่อว่าอยากให้ดูว่าผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปีได้ทำอะไรไว้บ้าง ประชาชนต้องการหรือไม่? ร่วมเดือนที่ผ่านมาสารพัดโพลสำรวจความเห็นประชาชน นาฬิกาเพื่อน คือประเด็นฮอตฮิต ส่วนใหญ่บอก บิ๊กป้อม ไปเถอะ ล่าสุดนิด้าโพล ก็สร้างปรากฏการณ์กระเทือนไปถึง ลุงตู่ มันเลยเวลาที่จะมาถามว่าประชาชนคิดอย่างไรแล้ว บิ๊กป้อม ไปเมื่อไหร่ ลุงตู่ จะได้ทำงานแบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังทันที ถ้ารักน้อง ห่วงน้องจริง ไม่ดึงแข้งดึงขา วันนี้เขียนใบลาออกเลย อยู่ต่อมีแต่ลากน้องๆ จมโคลนไปด้วย

คิโยชิฮิโกะ 2021-09-25 07:44:19

ลาออกเพื่อแสดงสปิริตเถอะ สร้างบรรทัดฐานให้ผู้บริหารประเทศรุ่นต่อๆไปได้เห็นว่า เมื่อประชาชนจะมากจะน้อยเค้าครางแครงใจในพฤติกรรมอาจจะมิชอบก็ควรแสดงความรับผิดชอบ หลีกทางให้องค์กรอิสระตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง อีกอย่างนึงไม่ใช่แค่ประชาชนกลุ่มหนึ่งนะครับที่อยากให้ลุงลาออก มันแทบจะทุกกลุ่มอยู่แล้วรวมถึงกองหนุนต่างๆด้วย

เฉิน Yougong Yu Ning 2021-09-25 07:44:19

ในขณะที่หน่วยงานรัฐนำโดยกระทรวงการคลัง ต่างพาเหรดออกมายืนยันว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าตั้งแต่ปลายปี 2560 จนถึงขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกหรือภาวะเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ล่าสุด นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กลับมีความเห็นที่แตกต่าง โดยระบุว่า การส่งออกข้าวในปี 2561 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลควรลงมาดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วจนเกินไป ซึ่งระดับค่าเงินบาทที่ผู้ส่งออกข้าวแข่งขันราคากับข้าวของประเทศคู่แข่งได้ควรอยู่ที่ 33-335 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ,ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปีครั้งแรกเมื่อวันอังคาร เรียกร้องความเป็นเอกภาพในสหรัฐให้เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน กระตุ้นสองพรรคร่วมมือกันแบบประนีประนอม。หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป。

ออกมาจากจักรพรรดิ 2021-09-25 07:44:19

อยากบอกสังคมว่าคนที่อ้างเป็นพันธมิตร เป็น กปปสออกมาพูดว่า เมื่อก่อนเคยสนับสนุนลุงตู่ ตอนนี้ไม่เป็นกองหนุนลุงตู่แล้ว ไม่ใช่พันมิตรหรือ กปปส ตัวจริง ,ทศักดิ์。ฝนถล่มกรุงอีกระลอก น้ำท่วมถนนหลายสาย สุขุมวิทขาเข้าแทบเป็นอัมพาต สมุทรปราการก็อ่วม กรมอุตุฯ ชี้เกิดจากภาวะอากาศแปรปรวน ทำให้อุณหภูมิลดลงอีก ขณะที่ภาคใต้คลื่นลมแรง เช้าวันที่ 31 มกราคมนี้ เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากรายงานของสถานีวิทยุ สวพ FM 91 ระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว น้ำท่วมผิวจราจร, ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ฝนตกหนัก น้ำท่วมสูงผิวจราจร, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ผ่านหน้าไทวัสดุ บางนา ฝนตกแรง ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ค่อยดี และมีน้ำท่วมขัง, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ช่วงหน้าเมกา บางนา ช่องทางขนาน น้ำท่วมสูง รถติดขัด, ถนนศรีนครินทร์ ขาออก บริเวณแยกแบริ่ง น้ำท่วมสูง การจราจรติดขัด ท้ายสะสมแยกศรีอุดม ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เกิดฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้ที่จุดวัดสถานีสูบน้ำคลองบางนา-ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา 141 มิลลิเมตร สถานีสูบน้ำช่องนนทรี เขตยานนาวา 755 มม สถานีสูบน้ำพระราม 4 เขตคลองเตย 695 มม ทั้งนี้ มีน้ำท่วมขังถนนสายหลัก ดังนี้ 1ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง 2ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ช่วงคลองบางจาก 3ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ บริเวณคลองบางขี้เก้ง-วงเวียน 4ถนนศรีนครินทร์ ช่วงวัดศรีเอี่ยม 5ถนนเกษมราษฎร์ บริเวณทางรถไฟ-กรมศุลกากร 6เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ช่วงซอย 8 และ 7ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณคลองบางนา-สำโรง นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม กล่าวว่า เป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายใน 1-2 วันนี้จะมีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง กทมได้เตรียมแผนรองรับ อาทิ พร่องน้ำ ลดระดับในคลองสายหลักต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วหรือหน่วยเบสท์ประจำตามจุดต่างๆ คอยให้ความช่วยเหลือประชาชน กรณีที่มีน้ำท่วมขังถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เขตบางนา เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นเกิดฝนตกตั้งแต่ 0200 น และเริ่มตกเบาบางเวลาประมาณ 0700 น ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้กว่า 130 มม ซึ่งถือว่าตกหนักทำให้เกิดน้ำรอระบาย แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติช่วงเวลา 0815 น ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน โพสต์ข้อความระบุว่า เช้านี้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บางนา ศรีนครินทร์ ที่มีฝนตกสะสมมากถึง 127 มิลลิเมตร มีน้ำท่วมขังผิวจราจรในหลายจุด ทำให้มีปัญหาการจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ กทมกำลังเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชน ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาครับ สมุทรปราการ เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงสว่าง ถนนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการหลายสายไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทัน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายอยู่บนผิวการจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร โดยเฉพาะบนถนนศรีนครินทร์ ช่วงตั้งแต่สี่แยกศรีเทพายาวมาจนถึงทางเข้าซอยแบริ่ง และต่อไปยังเชิงสะพานข้ามแยกลาซาล มีน้ำขังสูงกว่า 20-30 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรได้ลำบาก มีรถจอดเสียหลายคัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ปริมาณน้ำยังไหลทะลักเข้าท่วมปั๊มน้ำมันหลายแห่งที่อยู่ริมถนนศรีนครินทร์และตามซอยต่างๆ กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน กับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนภาคเหนือมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น ส่วนในช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 1-6 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง。

หัวใจหมี 2021-09-25 07:44:19

สำนักงานอัยการสหรัฐและคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ สั่งสอบเรื่องที่แอปเปิลทำให้โทรศัพท์ไอโฟนรุ่นเก่าทำงานช้าลง,ประเดิมมาตรฐานจริยธรรม เสี่ยป้อม-เครือข่าย ของเข้าตัว 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น ทำท่าว่าการเลื่อนโรดแมปหลายรอบของรัฐบาลทหารจะไม่เป็นผลดีเสียแล้ว หลังมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ พศ2561 มีผลบังคับใช้ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ทั้งที่ความตั้งใจเดิมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ) และผู้มีอำนาจต้องการให้มีผลบังคับใช้แก่ สส, สว และ ครมในอนาคตภายหลังการเลือกตั้ง แต่การเลื่อนโรดแมปหลายรอบหลายวาระเพราะความจำเป็นของ คสชกลับกลายทำให้มาตรฐานจริยธรรมมีผลบังคับใช้เร็วเกินไป เพราะถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญที่ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีหลังประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 เพราะหากทำไม่ทัน ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 276 จึงเป็นเหตุให้กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ก่อนเส้นตายในที่ 6 เมษายน 2561 ดังนั้นผู้ที่จะถูกท้าทายและประเดิมใช้มาตรฐานทางจริยธรรม นอกจากศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระก็คือ ครมชุดปัจจุบัน และ สนช ที่ปฏิบัติหน้าที่ สสและ สว สำหรับกลไกการควบคุมจริยธรรมดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหม่ที่ กรธคิดค้นขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่อ้างว่าปราบโกง และหากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษรุนแรงตามมา โดยมีองค์กรผู้ไต่สวนทำสำนวนคดีคือ ปปช โดยประชาชนหากพบเห็นการกระทำที่ผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงสามารถยื่นเรื่องให้ ปปช หรือขณะเดียวกัน ปปชก็สามารถหยิบประเด็นขึ้นมาตรวจสอบเองได้หากเห็นว่าฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยจะยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) และมาตรา235 ขณะเดียวหาก ปปชฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงเสียเอง สส, สว หรือ สมาชิกทั้งสองสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ทั้งสองสภา หรือประชาชนจำนวนไม่น้อยกว่า 2 หมื่นรายชื่อ สามารถยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาเพื่อเสนอเรื่องไปที่ประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบ และหากไต่สวนเห็นว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็ยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย โดยทั้งสองช่องทางนี้ไม่ต้องผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา และหากศาลฎีกาประทับรับฟ้องแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และหากตัดสินว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะมีบทลงโทษตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 คือถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง สส, สว, สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ โดยดูจากลักษณะความผิดเป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ระบุไว้ชัดแจ้งในข้อ 27 ว่าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามในหมวดที่ 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรงทันทีโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด แตกต่างจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 2 และหมวด 3 จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่อาจเปิดช่องให้มีการต่อสู้พิสูจน์ในเรื่องพฤติกรรมและเจตนาประกอบการตัดสิน ส่วนบุคคลในขณะนี้ที่สังคมคาดหวังให้ตรวจสอบตามมาตรฐานจริยธรรมคงหนีไม่พ้น พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และองค์กรภาคีเครือข่ายในแม่น้ำ 5 สายที่ช่วยออกมาปกป้อง หลังถูกตรวจสอบจาก ปปชกรณีนาฬิกาเพื่อนและแหวนเพชรแม่ โดยไม่ได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง โดยประเด็นนี้สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดมาตรฐานทางจริยธรรมหลายข้อ โดยเฉพาะในข้อ 9 ที่ระบุว่า ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดในประกาศที่อาจทำให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ข้อ10 ที่ระบุว่า ต้องไม่รับของขวัญ ของกำนัล ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับจากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้ รวมทั้งข้อ 17 ที่ว่า ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะข้อ 9 และข้อ 10 ถือว่าอยู่ภายบทลงโทษของมาตรฐานทางจริยธรรมในข้อ 27 ในหมวดที่ 1 ระบุว่า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวให้ถือมีลักษณะร้ายแรง โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมและเจตนาประกอบ ซึ่งหากมีความผิดจริงก็จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่าประเด็นเรื่องนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร ที่มีหลายองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อปกป้องเจ้านาย จะเป็นบททดสอบว่ามาตรฐานทางจริยธรรมมีผลบังคับใช้ได้จริง หรือเก็บไว้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม。โจรบุกเดี่ยวแฟลตโรงพยาบาลสามโคกช่วงเช้าตรู่ เคาะห้องพยาบาลสาวก่อนชักมีดจี้ กระชากสร้อยทองหนัก 1 บาท แต่เจ้าตัวเสียดายยื้อแย่งไว้ได้ส่วนหนึ่ง โชคดีไม่ถูกทำร้าย ขณะที่คนร้ายขี่จักรยานยนต์หลบหนีลอยนวล ผบกปทุมธานีสั่งท้องที่เร่งล่าตัว ชี้เป็นเหตุอุกอาจ เมื่อเวลา 0645 น วันที่ 31 มกราคมนี้ รตอถิรวัฒน์ ฟักประไพ รองสารวัตร (สอบสวน) สภสามโคก จปทุมธานี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพสามโคก ว่ามีเหตุคนร้ายบุกเข้าไปในห้องพักพยาบาล ภายในแฟลตของ รพสามโคก หมู่ 6 ตบ้านปทุม อสามโคก จปทุมธานี ใช้อาวุธมีดจี้ชิงสร้อยคอทองคำของพยาบาลแล้วหลบหนีไป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วไปตรวจสอบพร้อมกับ พลตตสุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบกภจวปทุมธานี, พตอปัญญา วิเศษพานิชกิจ ผกกสภสามโคก, พตทไชยันต์ ดาวเรือง รอง ผกก (สอบสวน) เจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวน ที่เกิดเหตุเป็นแฟลต 3 ชั้น ใช้เป็นห้องพักของเจ้าหน้าที่และพยาบาลของ รพสามโคก เจ้าหน้าที่พบ นสผกาพรรณ พรรณพลีวรรณ อายุ 27 ปี รอให้การอยู่ที่หน้าห้องพักหมายเลข 10 ชั้น 3 ของอาคารดังกล่าว แจ้งว่าตนเองเป็นพยาบาลวิชาชีพของ รพสามโคก หลังออกเวรได้พักที่ห้องพักอยู่กับเพื่อนร่วมงานอีก 1 คน จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 0615 น ขณะที่ตนกำลังหลับ ก็สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงคนมาเคาะประตูห้อง และเรียกว่า พยาบาลๆ ตนคิดว่าเพื่อนร่วมแฟลตมาเรียกให้ขยับรถ เพราะเห็นว่าเช้าแล้ว จึงลุกขึ้นมาเปิดประตูออกไปดู แต่เมื่อเปิดแย้มเพียงนิดเดียว ทันใดนั้นคนร้ายซึ่งใช้หน้ากากปิดปากและจมูกก็ดันประตูเข้ามาในห้อง พร้อมใช้อาวุธจี้คอตน ก่อนกระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทที่ห้อยคออยู่ ตนจึงกำสร้อยไว้ ทำให้คนร้ายดึงสร้อยคอขาดติดมือไปได้ส่วนหนึ่ง แล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที โชคดีที่ตนไม่ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกาย จากนั้นตนได้ยินรถจักรยานยนต์ซึ่งคาดว่าเป็นรถของคนร้ายที่จอดไว้ด้านหน้า แต่ไม่กล้าเปิดประตูออกมาดู พร้อมรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที ด้าน พลตตสุรพงษ์ได้สั่งกำชับให้ ผกกสภสามโคก เร่งไล่ล่าติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเบื้องต้นชุดสืบสวน สภสามโคกได้ออกตรวจสอบพยานแวดล้อม และตรวจดูกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายมาคนเดียว ใช้รถจักรยานยนต์ หลังก่อเหตุได้ขี่หลบหนีไปตามเส้นทางเลียบคลองเปรมประชากร ส่วนกล้องที่ รพสามโคก จากการตรวจสอบไม่มีกล้อง และทางเข้าสถานที่พักของเจ้าหน้าที่และพยาบาลก็ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแต่อย่างใด。

เฉิน Jingrun 2021-09-25 07:44:19

กระดูกพรุน ถือเป็นภัยเงียบที่คุณหมอมักจะคอยเตือนบรรดาผู้สูงวัย โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีที่ผ่านการมีบุตรมาแล้วก็จะมีภาวะเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น การเรียนรู้ในการออกกำลังกายเพื่อช่วยลดภาวะกระดูกพรุน จึงเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นกันตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าเราจะยังอายุแค่ 30 ต้นๆ ก็ตาม สำหรับการออกกำลังเพื่อป้องกันกระดูกพรุนดีที่สุดเรียว่า weight bearing หรือการออกกำลังที่มีแรงกระตุ้นไปยังกระดูกและกล้ามเนื้อโดยตรง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้น้ำหนักตัวเองช่วยในการออกกำลังกาย เช่น การเดิน การย่ำเท้าอยู่กับที่ รำมวยจีน ขี่จักรยานค่ะ, ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------。เจอเอกสารลับสุดยอดของรัฐบาลออสซี่ในตู้เอกสารมือสอง 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 20:49 น เอบีซีรายงานเรื่องราวที่สร้างความอับอายต่อรัฐบาลออสเตรเลีย เมื่อเอกสาร ลับสุดยอด และเอกสารลับของรัฐบาลออสเตรเลียนับพันฉบับ ถูกพบจากตู้เอกสารที่ขายให้ร้านขายของเก่า。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

สล็อต ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา วอ เลท1️⃣M98| 24pgslot1️⃣M98| pg เครดิต ฟรี 50 บาท1️⃣LOOK618| ทดลอง เกมส์ ยิง ปลา1️⃣LOOK618| เกมส์ ที่ ซื้อ ฟรี ส ปิ น1️⃣LOOK618| เว็บ สล็อต ฝาก 1001️⃣M98| สล็อต tnt9111️⃣M98| สล็อต ฝาก วอ เลท ได้1️⃣M98| สล็อต 9811️⃣M98| เล่น สล็อต ฟรี ได้ เงิน จริง 2019 1️⃣2021| สล็อต เงิน ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| 100 ฟรี 2001️⃣M98| เว็บ สล็อต 5551️⃣LOOK618| ดาวน์โหลด slotxo ios1️⃣M98| sa เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| sbfplay99 ดาว โหลด 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ทำ กิจกรรม1️⃣LOOK618| ฟรี เครดิต 301️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| สล็อต ค่าย rt1️⃣LOOK618| 918 คิ ส 1️⃣2021| slot1688 ฟรี เครดิต 120 1️⃣2021| สล็อต หมุน ฟรี 1001️⃣LOOK618| 747ufa 1️⃣2021| ทดลอง ยิง ปลา1️⃣LOOK618| 9 บาท รับ 100 ล่าสุด 1️⃣2021| สมัคร เกม joker1️⃣M98| joker เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣LOOK618| apk xo1️⃣M98| โหลด slotxo ios 1️⃣2021| mgm99f11️⃣LOOK618| วิธี เล่น คา สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618| 3xbet เครดิต ฟรี 20201️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ถอน ได้ เลย 1️⃣2021| เกม เล่น ได้ เงิน1️⃣M98| เล่น บา คา ร่า จี คลับ1️⃣M98| slot bmx slotxo1️⃣M98| เกม ยิง ปลา เครดิต ฟรี 100 1️⃣2021| เล่น เกมส์ โจ๊ก เกอร์ 1️⃣2021| ทาง เข้า ufa champ 1️⃣2021| ฝาก 1 บาท รับ 100 ไม่ ต้อง แชร์gold88 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| live22 ฝาก 19 บาท รับ 100 1️⃣2021| joker mvp & pg mvp1️⃣M98| เครดิต ฟรี แค่ สมัคร ล่าสุด 2020 1️⃣2021| slot pg 100 1️⃣2021| เกม roma slot1️⃣M98| สมัคร บัตร เครดิต ฟรี ค่าธรรมเนียม 1️⃣2021| ยิง ปลา ได้ เงิน จริง1️⃣M98| pg slot 88th1️⃣LOOK618| เกม โจ ก เกอร์1️⃣LOOK618| 1689 slotxo1️⃣LOOK618| เล่น live221️⃣M98| สุด1️⃣M98| ฝาก 100 รับ 200 ถอน ไม่ อั้น ล่าสุด1️⃣M98| live22 เล่น ผ่าน เว็บ 1️⃣2021| สล็อต xo แตก ง่าย1️⃣M98| ทดลอง เกม สล็อต 1️⃣2021| เกม สล็อต 99 1️⃣2021| สล็อต น้อง ใหม่1️⃣LOOK618| ufo888 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ 661️⃣M98| วอ เลท บา คา ร่า1️⃣M98| mafia game 891️⃣M98| ทาง เข้า fin881️⃣M98| โหลด superslot777 1️⃣2021| ufa191 ยิง ปลา1️⃣M98| slot เครดิต ฟรี 2020 ไม่มี เงื่อนไข 1️⃣2021| mgwin88 เครดิต ฟรี1️⃣M98| สมัคร เครดิต ฟรี 501️⃣LOOK618| เว็บ โจ๊ก เกอร์ สล็อต 1️⃣2021| mgm99one1️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 28 1️⃣2021| สล็อต joker12341️⃣M98| ไลน์ mm88bet1️⃣M98| next88 คา สิ โน1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ฝาก ไม่ แชร์ 2021 1️⃣2021| เล่น xo หน้า เว็บ1️⃣M98| โปร โม ชั่ น สล็อต ฝาก 10 รับ 100 1️⃣2021| สล็อต 918kiss แตก ง่าย1️⃣M98| thor 2 slot demo1️⃣LOOK618| cat888 เข้า ไม่ ได้ 1️⃣2021| superslot551️⃣M98| ufabet ฝาก 50 รับ 1001️⃣M98| เว็บ พี จี1️⃣M98| เกมส์ คา สิ โน1️⃣LOOK618| สล็อต xo เล่น ผ่าน เว็บ1️⃣M98| slotxo blue ทาง เข้า1️⃣LOOK618| สล็อต ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| ลอง เล่น เกม โร ม่า1️⃣M98| ฝาก 100 ฟรี 300 ไม่ ต้อง ทํา เท รินfun88 ฟรี 300 ล่าสุด1️⃣M98| โปร pg 10 รับ 100สล็อต ใหม่ ล่าสุด1️⃣M98| ดาวน์โหลด 918kiss เวอร์ชั่น ล่าสุด 20211️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ ฝาก 1 บาท1️⃣LOOK618| sagame66 เครดิต ฟรี1️⃣M98|